ขอขอบคุณผู้เรียงเรียงข้อมูลดังกล่าวคือ คุณ วิไลวรรณ อนุสารสุนทร บุคคลทุกท่านที่กล่าวถึงในบทความนี้ ซึ่งคุณ วิไลวรรณ ท่านได้กรุณาสละเวลาและแรงกายในการเรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดและเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่คนทั่วไป โดยหวังว่า"มะรุม"ของไทยเราอาจจะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับคนทั่วไปที่ได้รับความทุกข์จากโรคภัยไข้เจ็บ
ทุกท่านที่อ้างถึงต่อไปนี้ มีตัวตนจริงและยังมีชีวิตอยู่ บางท่านอนุญาตให้ลงนามจริงได้ บางท่านได้ขอร้องไม่ให้ระบุชื่อ ผลที่เกิดกับแต่ละท่านแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ก่อนจะนำไปใช้ กับตนเองขอให้ใช้วิจารณญาณของท่านเอง และถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิด และห้ามหยุดยารักษาโรคทุกชนิดที่รับประทานอยู่ จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากแพทย์ผู้ทำการรักษาให้ลดขนาดหรือหยุดการใช้ยา อย่าเสี่ยงกับสุขภาพของท่านเพียงเพราะอ่านจากหนังสือเท่านั้น ผู้เขียนเองในขณะที่รับประทานมะรุมในเบื้องต้นก็ได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน หลังจากการรับประทานติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง จึงเห็นผลคุ้มค่า
คุณกรองทอง ชุติมา เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูผู้เขียนมาตั้งแต่เกิด ท่านเป็นน้องสาวคนเดียวของคุณสุรพล อนุสารสุนทร บิดาของผู้เขียนเมื่อท่านทราบว่าผู้เขียนหายขาดจากโรคหลายชนิดเพราะผงใบมะรุม ท่านก็ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง คุณปู่ของผู้เขียน คุณหลวงอนุสารสุนทร เป็นนักค้นค้วาและวิจัยสมุนไพรสมัครเล่น คุณอาจึงเติบโตมากับสมุนไพร เมื่อได้ทราบประโยชน์ของมะรุม คุณอาจึงเริ่มรับประทานมะรุมผงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา นับเป็นเวลาประมาณ 4 ปีแล้ว
ขณะนี้ท่านอายุ 90 ปีเต็ม ตลอดระเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ท่านไม่เคยเจ็บป่วยเลย กลับมีสุขภาพแข็งแรงจนเป็นที่กล่าวขวัญถึงของคนทั่วไปที่รู้จักท่าน อีกทั้งผิวพรรณของท่านก็ดูสดใส นอกจากนั้นท่านยังได้ให้ความสำคัญและพยามยามเผยแพร่เรื่องมะรุมไปยังบุคคลหลายระดับ แม้แต่การจัดหาพันธุ์มะรุมแจกจ่ายไปตามหน่วยงานการกุศล และชาวบ้านทั่วไป รวมทั้งพยายามให้สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ทดลองปลูกด้วย
มะรุมกับการรักษามะเร็ง ในจำนวนคนที่ได้รับผลดีเป็นอย่างมากจากการใช้ใบมะรุมผง ได้แก่บุคคลในครอบครัวคือน้องสาวคนเล็กและพี่สาวคนรอง ก้อนเนื้อที่เต้านมของน้องสาว เริ่มทำท่าจะโตขึ้น แพทย์จึงนัดทำการตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นมะเร็ง เผอิญเป็นเวลาที่น้องสาวเริ่มรับประทานผงมะรุม เมื่อถึงเวลาที่แพทย์ตรวจ ปรากฏว่าก้อนเนื้อที่มีมานานได้หายไปอย่างน่าประหลาดใจ และไม่กลับมาอีกเลยจนทุกวันนี้ ส่วนพี่สาวคนรองมีอาการมากกว่าคือเจ็บมากแพทย์ที่สหรัฐอเมริกาตรวจแล้วลงความเห็นว่า อาจจะเป็นมะเร็งทรวงอก จึงตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ ผู้เขียนจึงได้ขอร้องให้พี่สาวลองรับประทานผงมะรุมดู 4 เดือน หลังจากนั้นผลการตรวจครั้งที่ 3 ที่ประเทศฮอลแลนด์ พบว่า ก้อนเนื้อนั้นได้หายไปแล้ว ข้อเขียนนี้ไม่ได้ยืนยันว่า ใบมะรุมช่วยรักษาโรคมะเร็งได้เพราะหลักฐานในการพิสูจน์ยังมีไม่มากพอ เพียงแต่เป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคลเท่านั้น
เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งที่วัดป่าธรรมชาติ ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน คือ หมอตรวจเจอก้อนเนื้อที่ทรวงอก แต่หลังจากรับประทานผงมะรุมแล้ว ก้อนเนื้อนั้นก็หายไป นี่ เป็นสัญญาณที่ดีและพอจะมีความหวังได้ว่า ผงมะรุมอาจช่วยคลี่คลายปัญหาได้ หากท่านรู้จักผู้ที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันนี้ ช่วยบอกต่อๆกันไปจะเป็นพระคุณยิ่ง
ผู้เขียนมีเพื่อน 3 คนเป็นมะเร็งต่างชนิดกัน และผ่านการรักษามาแล้ว เมื่อหันมารับประทานมะรุมก็สามารถช่วยให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรง คนแรกเป็นมะเร็งลำไส้ ผ่านการรักษาด้วยกัมมันตภาพรังสีมาครบ 3 ครั้ง ภูมิต้านทานตกต่ำถึงที่สุด ผู้เขียนได้ส่งผงมะรุมจากอเมริกาไปให้รับประทานทุกเดือน ขณะนี้เป็นผลที่น่าพอใจ ร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก เมื่อถึงเวลาพบแพทย์ตามนัด ผลตรวจเป็นที่น่าพอใจ ทุกท่านยืนยันว่าภูมิต้านทานดีมาก และไม่มีอาการอ่อนเพลีย
คนที่สองเป็นลูกสาวของเพื่อน เธอเป็นมะเร็งเต้านม ผ่านการผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้ง ขณะนี้ได้ลุกลามไปถึงบริเวณกระดูกแล้ว เธอก็มีกำลังใจดี ร่างกายแข็งแรง ไม่เคยมีอาการแพ้ยาแต่อย่างใด หลังการผ่าตัดเธอก็สามารถฟื้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถขับรถได้ด้วย เธอรับประทานทั้งใบแห้งและเมล็ดมะรุม เป็นประจำ ขณะเดียวกันก็รับประทานเห็ด 3 อย่างตามคำแนะนำของท่านอาจารย์สุทธิวัสส์อย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าอาการมะเร็งยังไม่หายไป แต่เธอก็เชื่อว่าทั้งมะรุมและเห็ดมีส่วนทำให้ร่างกายของเธอแข็งแรง และพร้อมที่จะต่อสู้โรคร้ายต่อไป ขณะนี้เธอกำลังรอการตัดสินใจจากแพทย์ว่าจะต้องรักษาด้วยกัมมันตภาพรังสีหรือไม่
คนสุดท้ายเป็นเพื่อนสนิท เป็นมะเร็งที่ปีกมดลูก ผ่าตัดมาเรียบร้อยแล้วหลังการผ่าตัดเธอรับประทานทั้งมะรุมผงและมะรุมเม็ด รวมทั้งเห็ด 3 อย่าง ขณะที่แพทย์ให้ความเห็นว่า มะเร็งหายสนิทแล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาทเธอก็ยังไปรับการตรวจจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
มะรุมกับการรักษาโรคคอหอยพอก ในการรักษาโรคคอหอยพอกชนิดมีพิษนั้น ตัวเขียนได้รับความสำเร็จ 100 % โดยใช้เวลาจริงๆเพียงแค่ 3 เดือนภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผู้รักษา หากท่านอยากจะนำไปรักษา ควรปรึกษาแพทย์ขอความช่วยเหลือ เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ชายจากการสำรวจทดลองของผู้เชี่ยวชาญพบว่า ได้ผลเพียง 75 % สำหรับการควบคุมนั้นต้องใช้ระยะยาว ผู้เขียวยังไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับโรคคอหอยพอกชนิดไม่มีพิษ ท่านที่ประสบผลสำเร็จกรุณาแจ้งให้ทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง
มะรุมกับการรักษาโรคกระดูก ปัญหาส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุคือการหกล้ม ส่วนใหญ่มักจะกลายเป็นเรื่องร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น ถ้าเราสามารถเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงแล้วผลร้ายของการหกล้มก็ลดน้อยลง ประสบการณ์เรื่องกระดูกนี้มีผู้ได้รับผลประโยชน์มากมาย ผู้เขียนเองเห็นผลเป็นคนแรก หลังจากนั้นเพื่อนของพี่สาวคนโตที่เมืองโอคาล่าประสบอุบัติเหตุตกจักรยาน ไหปลาร้าหัก แขนหัก 2 ท่อนเนื่องจาก JANE (นามสมมุติ) มีอายุ 60 ปี และยังมีอาการเบาหวานแทรกซ้อนจึงเป็นการยากลำบากอย่างยิ่งในการรักษา แพทย์ประเมินผลว่าการรักษาจะต้องใช้เวลาเป็นแรมปี เมื่อผู้เขียนทราบข่าวจึงได้เล่าประสบการณ์ส่วนตัวให้ฟังเนื่องจาก JANE เป็นเพื่อนรักของพี่สาวจึงบังคับให้เธอรับประทานใบมะรุมสดทุกวันและทุกมื้อ ขนาดลงทุนปลูกต้นมะรุมไว้ถึง 2 ต้น ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจจนแพทย์แปลกใจ ในระยะเวลา 8 เดือน JANE ก็หายสนิท และในช่วงนั้นอาการเบาหวานก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
PHYLLIS สุภาพสตรีอายุ 80 กว่า หกล้มขาหัก เนื่องจากอยู่ในวัยชราแพทย์ผู้รักษาจึงไม่ให้ความหวังแต่อย่างใด พี่สาวไปพบเข้าก็เกิดความสงสารจึงถามว่าจะลองดูไหม แต่จะมาฟ้องร้องกันทีหลังไม่ได้ ข่าวที่ JANE หายอย่างรวดเร็วแพร่ไปทั่วหมู่บ้าน PHYLLIS จึงตกลงที่จะลอง ครั้งนี้พี่สาวให้รับประทานแบบแคปซูลวันละ 8 เม็ด อาการหายเป็นปกติภายในเวลา 6 เดือน เดือนมิถุนายน 2006 ผู้เขียนไปเยี่ยมพี่สาวที่ฟลอริด้า เธอได้เดินทางมาขอบคุณผู้เขียนด้วยตัวเอง และคุยอวดว่าขณะนี้เธอสามารถไปเล่นโบว์ลิ่งได้ทุกอาทิตย์อีกด้วย ปัจจุบันในหมู่บ้านแห่งนี้มีผู้ป่วยกระดูกหัก และหายเพิ่มขึ้นอีกหลายคน ถ้าท่านมาเที่ยวจะรู้สึกประหลาดใจที่เห็นต้นมะรุมปลูกอยู่หลายครัวเรือน
เดือนพฤศจิกายน 2549 คุณลออวรรณ ศรีกรานนท์ แจ้งมาว่า ท่านศาสตราจารย์ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ประสบอุบัติเหตุล้มฟาดบนพื้นซีเมนต์ลานจอดรถของศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ท่านได้รับบาดเจ็บใบหน้าซีกหนึ่งบวม และแตก แขนและเข่าแตกเป็นแผลลึก เนื่องจากท่านมีโรคเรื้อรังประจำตัวคือ เบาหวาน จึงเป็นที่หวั่นวิตกของทุกคนในครอบครัวว่า บาดแผลอาจจะลุกลามแต่เนื่องจากมีน้ำมันมะรุมเป็นยาสามัญประจำบ้านจึงได้รีบมาทาแผล ผลปรากฏว่าแผลที่ใบหน้าหายภายใน 3 วัน ส่วนแผลที่แขนและหัวเข่าหายภายใน 10 วัน
มะรุมกับการรักษาโรคความดันโลหิตและเบาหวาน มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับโรคเบาหวานและมีผู้รับประทานเป็นจำนวนมากยืนยันว่า ความดันโลหิตอยู่ในภาวะควบคุมได้
มะรุมกับการรักษาโรคเก๊าท์ โรคเก๊าท์เป็นโรคที่ทรมาน ผู้ติดตามคุณย่าของผู้เขียน เสียชีวิตด้วยโรคเก๊าท์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่หลายคนวิตก โดยเฉพาะในอเมริกามีคนเป็นโรคนี้กันมาก วันหนึ่งคนเช่าบ้านของผู้เขียนเป็นชาว TRINIDAD ชื่อ CLEO LEWIS เกิดมีอาการปวดบวมด้วยโรคเก๊าท์จนเดินไม่ได้ และทรมานมากจนแทบทนไม่ไหว ขณะนั้นเป็นเวลาดึกมากแล้ว ประกอบกับเธอไม่มีประกันสุขภาพ ผู้เขียนจึง ตัดสินใจใช้น้ำมันมะรุมทาให้ในคืนนั้น และให้รับประทานเม็ดมะรุม 4 เม็ด 3 เวลาและก่อนนอน ปรากฏว่าโรคเก๊าท์หายไปใน 3 วัน
มะรุมรักษาโรคเอดส์ AIDS: Artemisia Annua Amanes ( A.3) and Moringa
เราได้รับข่าวมหัศจรรย์จากเมืองมูโซมา ประเทศแทนซาเนีย Africa Inland Church ใน Tanzania (AICT) ซึ่งมีศูนย์สุขภาพท้องถิ่นที่มีแพทย์ชาวแทนซาเนียเป็นผู้ดูแล ชื่อคุณหมอ Feleshi กับพยาบาลชาวเยอรมันชื่อ Maike Ettling ทำการช่วยเหลือกลุ่มคนที่กำลังเป็นโรคเอดส์ ที่เรียกตัวเองว่า เผ่า Kazo Roho
ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้ทำการรักษาคนไข้โรคเอดส์มากกว่า 100 คนโดยใช้ชา Artemisia Annua และมะรุมร่วมด้วยการดูแล อย่างใกล้ชิด ด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคมของผู้ป่วย ผู้ป่วย 5 คนที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นผู้ที่ได้เปลี่ยนจาก HIV – และแต่ละกรณีได้รับการยืนยัน
ตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน มันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าคนป่วยจะได้รับการรักษาจนหายจากโรคเอดส์แล้ว เขาก้ยังคงมี HIV+ อยู่อย่างเดิมดังนั้น ผลการรักษาครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่มหัสจจรญ์และลึกลับมาก สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ สุขภาพของคนป่วยทุกคนดีขึ้นอย่างมาก น้ำหนักเพิ่มขึ้น และสุขภาพโดยทั่วไปแข็งแรงขึ้น และผลกาตรวจ CD4 cell count ก็เพิ่มขึ้น
หมอและพยาบาลได้ใช้การรักษาด้วยวิธีเพิ่มภูมิต้านทานให้คนไข้โรคเอดส์ที่ Musoms คุณหมอได้ใช้วิธีเทดียวกันนี้และยาสมุนไพรธรรมชาติรักษาโรค ตั้งแต่ ไอ นอนไม่หลับ ปวดศรีษะ และโรคต่างๆ และหมอยังให้ความช่วยเหลือด้านอาราณ์ และจิตวิญญาณของคนไข้อย่างมาก
คนไข้ # 1 C.M.
อายุ 62 ปี มีภรรยา 3 คน และเมื่อพบว่าตงเองเป็น HIV+ ได้ทิ้งภรรยาทั้ง 3 ไว้ที่หมู่บ้าน เพื่อไปรักษาตัว
จาก HIV test ในปี 2002 ที่ AICT ศูนย์สุขภาพได้ผลบวก (จากการตรวจ 2 แบบCapillar (เจาะเลือด) และ Determine (การวินิจฉัยของแพทย์))
อาการขณะนั้น : เริ่มใช้ A-3, มะรุม และเม็ด pawpaw
อาการทั่วไปเริ่มดีขึ้น
ตรวจดูอีกครั้งในปี 2003 (AICT ศูนย์สุขภาพ)
ผล: บวก
ตรวจอีก 3 ครั้งในเดือนมีนาคม 2004 (1.AICT ศูนย์สุขภาพ 2. DDH Bunda 3.โรงพยาบาลของรัฐ, Musoms)
ทั้ง 3 ครั้งได้ผล : ลบ
คนไข้ # 2 T.C.
เสียชีวิตในปี 2004 ด้วยปัญหาเกี่ยวกับหัวใจเมื่ออายุ 45 ปี อย่างไรก็ตามเธอเป็นตัวอย่างที่ดี
ผลกการรักษาทำให้เธอเป็น ผลลบ
แต่งงานและสามีเสียชีวิตปี 2000 มีบุตรธิดารวม 5 คน
ตรวจที่ ร.พ. Musoma Government Hospital ปี 2001 ผลบวก
เริ่มมารักษาที่ Kaza Roho ในปี 2003
เริ่มทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขในเขต Mara & Ukerewe โดยการไปเยี่ยมคนไข้ตามบ้าน
เริ่มใช้ยา A-3 และมะรุม
ตรวจที่ศูนย์สุขภาพ AITC ในปี 2002 ก.พ. 2003 และ มิ.ย. 2003 ตรวจเลือดและหมอวินิจฉัยทั้ง 3 ครั้ง ได้ผลลบวก
ตรวจอีกครั้ง ก.ย. 2003 ที่ศูนย์สุขภาพ Muaoms – ผลลบ
ตรวจอีกครั้งที่ Muhmbili/ dar, Musoma Government Hospital อีก 2 ครั้ง ผลทั้งหมดเป็นลบ
คนไข้ # 3 N.M.
อายุ 25 ปี แต่งงานปี 2004
เป็นพยาบาลและผดุงครรภ์ ทำงานที่ศูนย์สุขภาพ Bunda AICT จนถึงปี 2004
ตรวจ ธ.ค. 2003 ที่ศูนย์สุขภาพ Bunda AICT – ผลบวก
เริ่มใช้ A-3, กระเทียม และมะรุม
ตรวจอีกครั้งที่ศูนย์สุขภาพ AITC มี.ค. 2003 – ผลบวก
ตรวจอีกครั้ง ก.ค. 2004 ผล : ลบ
คนไข้ # 4 S.M.
ตรวจปี 2002 ที่ศูนย์สุขภาพ AICT เมือง Musoms ผล : บวก
เป็นวัณโรคในปี 2002
เริ่มรับ A-3 และมะรุม
6 เดือนหลังจากนั้นอาการโดยทั่วไปดีขึ้นมาก
ตรวจอีกครั้ง ก.ย. ที่ศูนย์สุขภาพ AICT ผล :ลบ
ตรวจในปี 1999 โดยวิธี Capillars (ตรวจเลือด) (โดยได้ไปบริจาคเลือดที่ศูนย์สุขภาพ AICT เมือง Kazilankanda ผล : ลบ
ตรวจอีกครั้ง ปี 2002 ณ. ที่เดิม ผล : ลบ
คนไข้ # 5 M.K.
แต่งงานแล้ว
ปี 2001 เริ่มจากรักษากับหมอท้องถิ่นที่ Ukerewe
ตรวจ 2 ครั้งในปีนั้น ผลทั้ง 2 ครั้ง : ผลบวก
ปี 2003 เริ่มใช้ A-3 ที่ศูนย์สุขภาพ AICT Mesoma ผล : บวก
ตรวจ มิ.ย. 2004 ที่ ที่เดิม ทั้งตรวจเลือดและหมอวินิจฉัย ผล : ลบ
ตรวจ 2 ครั้งที่ ร.พ. Bugando, Mwanza ผล : ลบ
ตรวจ CD4 ในเดือน ก.ย. 2004 ได้ผล 815
ตรวจอีกครั้งที่ศูนย์สุขภาพ Musoma ในเดือน ก.ย. 2004 ผล : ลบ
ผลของการใช้ A-3 และมะรุมในการรักษา ช่วยเพิ่ม cell CD4 จะเห็นผลได้จากกรณีดังต่อไปนี้
คนไข้ # 6 M.N.
อายุ 32 ปี
มาที่ศูนย์สุขภาพ AICT Musoms ในปี 2002 ด้วยอาการค่อนข้างหนัก
ตรวจพบผลบวกมาก่อนแล้ว
ตรวจที่ศูนย์ ผล : บวก
ขณะนั้น CD4 มีค่า 34
เริ่มใช้ A-3 และมะรุมในการรักษา
3 เดือนหลังจากนั้น CD4 มีค่า 280
หมายเหตุ : ได้รับรายงานจากคุณไพลิน มีเดช กรุณาแจ้งมาด้วยความปรารถนาดีว่า ท่านใดที่เป็นโรคเม็ดโลหิตแดงแตกกระจาย TG6PD
การทานมะรุมจะทำให้เป็นอันตรายต่อเม็ดโลหิตแดงอย่างมาก ขอขอบพระคุณในข้อมูลนี้เป็นอย่างสูง