Tuesday, June 9, 2009

ใบมะรุมอบแห้งชนิดแคปซูน คุณประโยชน์มากมาย


ถ้าพูดถึงสมุนไพรในปัจจุบันแล้ว มีมากมายหลากหลายพร้อมทั้งสรรพคุณต่างๆที่ควบคู่กันไป ยังมีสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณที่นับได้ว่าครอบคลุมทีเดียว นั่นก็คือ มะรุม ใครหลายคนพร้อมกันเรียกว่า มะรุมพืชมหัศจรรย์ เพราะมหัศจรรย์ในเรื่องการรักษาโรค นอกจากนั้นมะรุมยังเป็นยาที่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้ทาน ประสบการณ์จากผู้ป่วยมากมายที่ได้ผ่านการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันจนหมดหนทางรักษายังยอมรับการรักษาจากการทานมะรุมอย่างไม่น่าเชื่อ นี่ไม่ใช่การอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ถ้าหากคุณได้ศึกษาคุณประโยชน์ของมะรุมแล้วคุณจะทราบได้เลยว่า สิ่งที่เรากำลังนำเสนอให้คุณนั้นล้วนซ่อนอยู่ในมะรุม พืชมหัศจรรย์ เราเป็นทางเลือกหนึ่งที่พร้อมเสนอมะรุมพืชมหัศจรรย์ ชนิดแคปซูนให้คุณได้คลายจากความทุกข์เรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ


ผลิตจากใบมะรุมล้วนๆ 100% (ปราศจากการเจือปนส่วนอื่นๆของต้นมะรุม) อุดมไปด้วยสารอาหารนานาชนิด...ที่ไม่มีพืชชนิดใด...สามารถเทียบเคียงได้ เหมาะแก่การเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้แก่อาหารที่ท่านรับประทาน..ทุกมื้อ บรรจุในแคปซูลที่สะดวกและง่ายต่อการบริโภคและพกพา ผลิตโดยการนำใบมะรุมมาบดละเอียดแล้วบรรจุลงในแคปซูลขนาดแคปซูล 500 มก.

****ผ่านการอบฆ่าเชื้อโรคตามมาตรฐานสากลแล้ว ****


ราคาขายปลีกขนาดของ แคปซูล 200 บาทบรรจุขวดแก้ว
ราคาขายส่ง ราคาโหลละ 2,200 บาท (ฟรีค่าจัดส่ง)

โปรโมชั่น สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อไปขายจำนวนมาก หรือต้องการเป็นตัวแทนจำหน่าย กรุณาโทรศัพท์สอบถามราคาส่วนลดพิเศษค่ะ


สามารถสั่งซื้อได้ที่
คุณวราภรณ์ 081-5664437
utch-utcha@hotmail.com

หมายเหตุ : 1.ค่าส่ง EMS 30 บาททั่วประเทศ ในกรณีที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 1 โหล ขึ้นไปบริการจัดส่งทางไปรษณีย์...ฟรี ทั่วประเทศ ค่าส่งแบบธรรมดาชิ้นละ 20 บาททั่วประเทศ

2.ราคาที่เสนอนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยขอสงวนสิทธิ์ใน การ แจ้งล่วงหน้า...นะคะ

ประสบการณ์จากผู้ใช้มะรุมจริง

ขอขอบคุณผู้เรียงเรียงข้อมูลดังกล่าวคือ คุณ วิไลวรรณ อนุสารสุนทร บุคคลทุกท่านที่กล่าวถึงในบทความนี้ ซึ่งคุณ วิไลวรรณ ท่านได้กรุณาสละเวลาและแรงกายในการเรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดและเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่คนทั่วไป โดยหวังว่า"มะรุม"ของไทยเราอาจจะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับคนทั่วไปที่ได้รับความทุกข์จากโรคภัยไข้เจ็บ

ทุกท่านที่อ้างถึงต่อไปนี้ มีตัวตนจริงและยังมีชีวิตอยู่ บางท่านอนุญาตให้ลงนามจริงได้ บางท่านได้ขอร้องไม่ให้ระบุชื่อ ผลที่เกิดกับแต่ละท่านแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ก่อนจะนำไปใช้ กับตนเองขอให้ใช้วิจารณญาณของท่านเอง และถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิด และห้ามหยุดยารักษาโรคทุกชนิดที่รับประทานอยู่ จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากแพทย์ผู้ทำการรักษาให้ลดขนาดหรือหยุดการใช้ยา อย่าเสี่ยงกับสุขภาพของท่านเพียงเพราะอ่านจากหนังสือเท่านั้น ผู้เขียนเองในขณะที่รับประทานมะรุมในเบื้องต้นก็ได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน หลังจากการรับประทานติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง จึงเห็นผลคุ้มค่า

คุณกรองทอง ชุติมา เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูผู้เขียนมาตั้งแต่เกิด ท่านเป็นน้องสาวคนเดียวของคุณสุรพล อนุสารสุนทร บิดาของผู้เขียนเมื่อท่านทราบว่าผู้เขียนหายขาดจากโรคหลายชนิดเพราะผงใบมะรุม ท่านก็ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง คุณปู่ของผู้เขียน คุณหลวงอนุสารสุนทร เป็นนักค้นค้วาและวิจัยสมุนไพรสมัครเล่น คุณอาจึงเติบโตมากับสมุนไพร เมื่อได้ทราบประโยชน์ของมะรุม คุณอาจึงเริ่มรับประทานมะรุมผงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา นับเป็นเวลาประมาณ 4 ปีแล้ว

ขณะนี้ท่านอายุ 90 ปีเต็ม ตลอดระเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ท่านไม่เคยเจ็บป่วยเลย กลับมีสุขภาพแข็งแรงจนเป็นที่กล่าวขวัญถึงของคนทั่วไปที่รู้จักท่าน อีกทั้งผิวพรรณของท่านก็ดูสดใส นอกจากนั้นท่านยังได้ให้ความสำคัญและพยามยามเผยแพร่เรื่องมะรุมไปยังบุคคลหลายระดับ แม้แต่การจัดหาพันธุ์มะรุมแจกจ่ายไปตามหน่วยงานการกุศล และชาวบ้านทั่วไป รวมทั้งพยายามให้สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ทดลองปลูกด้วย



มะรุมกับการรักษามะเร็ง

ในจำนวนคนที่ได้รับผลดีเป็นอย่างมากจากการใช้ใบมะรุมผง ได้แก่บุคคลในครอบครัวคือน้องสาวคนเล็กและพี่สาวคนรอง ก้อนเนื้อที่เต้านมของน้องสาว เริ่มทำท่าจะโตขึ้น แพทย์จึงนัดทำการตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นมะเร็ง เผอิญเป็นเวลาที่น้องสาวเริ่มรับประทานผงมะรุม เมื่อถึงเวลาที่แพทย์ตรวจ ปรากฏว่าก้อนเนื้อที่มีมานานได้หายไปอย่างน่าประหลาดใจ และไม่กลับมาอีกเลยจนทุกวันนี้ ส่วนพี่สาวคนรองมีอาการมากกว่าคือเจ็บมากแพทย์ที่สหรัฐอเมริกาตรวจแล้วลงความเห็นว่า อาจจะเป็นมะเร็งทรวงอก จึงตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ ผู้เขียนจึงได้ขอร้องให้พี่สาวลองรับประทานผงมะรุมดู 4 เดือน หลังจากนั้นผลการตรวจครั้งที่ 3 ที่ประเทศฮอลแลนด์ พบว่า ก้อนเนื้อนั้นได้หายไปแล้ว ข้อเขียนนี้ไม่ได้ยืนยันว่า ใบมะรุมช่วยรักษาโรคมะเร็งได้เพราะหลักฐานในการพิสูจน์ยังมีไม่มากพอ เพียงแต่เป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคลเท่านั้น

เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งที่วัดป่าธรรมชาติ ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน คือ หมอตรวจเจอก้อนเนื้อที่ทรวงอก แต่หลังจากรับประทานผงมะรุมแล้ว ก้อนเนื้อนั้นก็หายไป นี่ เป็นสัญญาณที่ดีและพอจะมีความหวังได้ว่า ผงมะรุมอาจช่วยคลี่คลายปัญหาได้ หากท่านรู้จักผู้ที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันนี้ ช่วยบอกต่อๆกันไปจะเป็นพระคุณยิ่ง

ผู้เขียนมีเพื่อน 3 คนเป็นมะเร็งต่างชนิดกัน และผ่านการรักษามาแล้ว เมื่อหันมารับประทานมะรุมก็สามารถช่วยให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรง คนแรกเป็นมะเร็งลำไส้ ผ่านการรักษาด้วยกัมมันตภาพรังสีมาครบ 3 ครั้ง ภูมิต้านทานตกต่ำถึงที่สุด ผู้เขียนได้ส่งผงมะรุมจากอเมริกาไปให้รับประทานทุกเดือน ขณะนี้เป็นผลที่น่าพอใจ ร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก เมื่อถึงเวลาพบแพทย์ตามนัด ผลตรวจเป็นที่น่าพอใจ ทุกท่านยืนยันว่าภูมิต้านทานดีมาก และไม่มีอาการอ่อนเพลีย

คนที่สองเป็นลูกสาวของเพื่อน เธอเป็นมะเร็งเต้านม ผ่านการผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้ง ขณะนี้ได้ลุกลามไปถึงบริเวณกระดูกแล้ว เธอก็มีกำลังใจดี ร่างกายแข็งแรง ไม่เคยมีอาการแพ้ยาแต่อย่างใด หลังการผ่าตัดเธอก็สามารถฟื้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถขับรถได้ด้วย เธอรับประทานทั้งใบแห้งและเมล็ดมะรุม เป็นประจำ ขณะเดียวกันก็รับประทานเห็ด 3 อย่างตามคำแนะนำของท่านอาจารย์สุทธิวัสส์อย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าอาการมะเร็งยังไม่หายไป แต่เธอก็เชื่อว่าทั้งมะรุมและเห็ดมีส่วนทำให้ร่างกายของเธอแข็งแรง และพร้อมที่จะต่อสู้โรคร้ายต่อไป ขณะนี้เธอกำลังรอการตัดสินใจจากแพทย์ว่าจะต้องรักษาด้วยกัมมันตภาพรังสีหรือไม่

คนสุดท้ายเป็นเพื่อนสนิท เป็นมะเร็งที่ปีกมดลูก ผ่าตัดมาเรียบร้อยแล้วหลังการผ่าตัดเธอรับประทานทั้งมะรุมผงและมะรุมเม็ด รวมทั้งเห็ด 3 อย่าง ขณะที่แพทย์ให้ความเห็นว่า มะเร็งหายสนิทแล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาทเธอก็ยังไปรับการตรวจจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอ





มะรุมกับการรักษาโรคคอหอยพอก

ในการรักษาโรคคอหอยพอกชนิดมีพิษนั้น ตัวเขียนได้รับความสำเร็จ 100 % โดยใช้เวลาจริงๆเพียงแค่ 3 เดือนภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผู้รักษา หากท่านอยากจะนำไปรักษา ควรปรึกษาแพทย์ขอความช่วยเหลือ เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ชายจากการสำรวจทดลองของผู้เชี่ยวชาญพบว่า ได้ผลเพียง 75 % สำหรับการควบคุมนั้นต้องใช้ระยะยาว ผู้เขียวยังไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับโรคคอหอยพอกชนิดไม่มีพิษ ท่านที่ประสบผลสำเร็จกรุณาแจ้งให้ทราบจะเป็นพระคุณยิ่ง





มะรุมกับการรักษาโรคกระดูก

ปัญหาส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุคือการหกล้ม ส่วนใหญ่มักจะกลายเป็นเรื่องร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น ถ้าเราสามารถเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงแล้วผลร้ายของการหกล้มก็ลดน้อยลง ประสบการณ์เรื่องกระดูกนี้มีผู้ได้รับผลประโยชน์มากมาย ผู้เขียนเองเห็นผลเป็นคนแรก หลังจากนั้นเพื่อนของพี่สาวคนโตที่เมืองโอคาล่าประสบอุบัติเหตุตกจักรยาน ไหปลาร้าหัก แขนหัก 2 ท่อนเนื่องจาก JANE (นามสมมุติ) มีอายุ 60 ปี และยังมีอาการเบาหวานแทรกซ้อนจึงเป็นการยากลำบากอย่างยิ่งในการรักษา แพทย์ประเมินผลว่าการรักษาจะต้องใช้เวลาเป็นแรมปี เมื่อผู้เขียนทราบข่าวจึงได้เล่าประสบการณ์ส่วนตัวให้ฟังเนื่องจาก JANE เป็นเพื่อนรักของพี่สาวจึงบังคับให้เธอรับประทานใบมะรุมสดทุกวันและทุกมื้อ ขนาดลงทุนปลูกต้นมะรุมไว้ถึง 2 ต้น ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจจนแพทย์แปลกใจ ในระยะเวลา 8 เดือน JANE ก็หายสนิท และในช่วงนั้นอาการเบาหวานก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ

PHYLLIS สุภาพสตรีอายุ 80 กว่า หกล้มขาหัก เนื่องจากอยู่ในวัยชราแพทย์ผู้รักษาจึงไม่ให้ความหวังแต่อย่างใด พี่สาวไปพบเข้าก็เกิดความสงสารจึงถามว่าจะลองดูไหม แต่จะมาฟ้องร้องกันทีหลังไม่ได้ ข่าวที่ JANE หายอย่างรวดเร็วแพร่ไปทั่วหมู่บ้าน PHYLLIS จึงตกลงที่จะลอง ครั้งนี้พี่สาวให้รับประทานแบบแคปซูลวันละ 8 เม็ด อาการหายเป็นปกติภายในเวลา 6 เดือน เดือนมิถุนายน 2006 ผู้เขียนไปเยี่ยมพี่สาวที่ฟลอริด้า เธอได้เดินทางมาขอบคุณผู้เขียนด้วยตัวเอง และคุยอวดว่าขณะนี้เธอสามารถไปเล่นโบว์ลิ่งได้ทุกอาทิตย์อีกด้วย ปัจจุบันในหมู่บ้านแห่งนี้มีผู้ป่วยกระดูกหัก และหายเพิ่มขึ้นอีกหลายคน ถ้าท่านมาเที่ยวจะรู้สึกประหลาดใจที่เห็นต้นมะรุมปลูกอยู่หลายครัวเรือน

เดือนพฤศจิกายน 2549 คุณลออวรรณ ศรีกรานนท์ แจ้งมาว่า ท่านศาสตราจารย์ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ประสบอุบัติเหตุล้มฟาดบนพื้นซีเมนต์ลานจอดรถของศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ท่านได้รับบาดเจ็บใบหน้าซีกหนึ่งบวม และแตก แขนและเข่าแตกเป็นแผลลึก เนื่องจากท่านมีโรคเรื้อรังประจำตัวคือ เบาหวาน จึงเป็นที่หวั่นวิตกของทุกคนในครอบครัวว่า บาดแผลอาจจะลุกลามแต่เนื่องจากมีน้ำมันมะรุมเป็นยาสามัญประจำบ้านจึงได้รีบมาทาแผล ผลปรากฏว่าแผลที่ใบหน้าหายภายใน 3 วัน ส่วนแผลที่แขนและหัวเข่าหายภายใน 10 วัน





มะรุมกับการรักษาโรคความดันโลหิตและเบาหวาน

มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับโรคเบาหวานและมีผู้รับประทานเป็นจำนวนมากยืนยันว่า ความดันโลหิตอยู่ในภาวะควบคุมได้





มะรุมกับการรักษาโรคเก๊าท์


โรคเก๊าท์เป็นโรคที่ทรมาน ผู้ติดตามคุณย่าของผู้เขียน เสียชีวิตด้วยโรคเก๊าท์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่หลายคนวิตก โดยเฉพาะในอเมริกามีคนเป็นโรคนี้กันมาก วันหนึ่งคนเช่าบ้านของผู้เขียนเป็นชาว TRINIDAD ชื่อ CLEO LEWIS เกิดมีอาการปวดบวมด้วยโรคเก๊าท์จนเดินไม่ได้ และทรมานมากจนแทบทนไม่ไหว ขณะนั้นเป็นเวลาดึกมากแล้ว ประกอบกับเธอไม่มีประกันสุขภาพ ผู้เขียนจึง ตัดสินใจใช้น้ำมันมะรุมทาให้ในคืนนั้น และให้รับประทานเม็ดมะรุม 4 เม็ด 3 เวลาและก่อนนอน ปรากฏว่าโรคเก๊าท์หายไปใน 3 วัน




มะรุมรักษาโรคเอดส์



AIDS: Artemisia Annua Amanes ( A.3) and Moringa



เราได้รับข่าวมหัศจรรย์จากเมืองมูโซมา ประเทศแทนซาเนีย Africa Inland Church ใน Tanzania (AICT) ซึ่งมีศูนย์สุขภาพท้องถิ่นที่มีแพทย์ชาวแทนซาเนียเป็นผู้ดูแล ชื่อคุณหมอ Feleshi กับพยาบาลชาวเยอรมันชื่อ Maike Ettling ทำการช่วยเหลือกลุ่มคนที่กำลังเป็นโรคเอดส์ ที่เรียกตัวเองว่า เผ่า Kazo Roho

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้ทำการรักษาคนไข้โรคเอดส์มากกว่า 100 คนโดยใช้ชา Artemisia Annua และมะรุมร่วมด้วยการดูแล อย่างใกล้ชิด ด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคมของผู้ป่วย ผู้ป่วย 5 คนที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นผู้ที่ได้เปลี่ยนจาก HIV – และแต่ละกรณีได้รับการยืนยัน

ตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน มันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าคนป่วยจะได้รับการรักษาจนหายจากโรคเอดส์แล้ว เขาก้ยังคงมี HIV+ อยู่อย่างเดิมดังนั้น ผลการรักษาครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่มหัสจจรญ์และลึกลับมาก สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ สุขภาพของคนป่วยทุกคนดีขึ้นอย่างมาก น้ำหนักเพิ่มขึ้น และสุขภาพโดยทั่วไปแข็งแรงขึ้น และผลกาตรวจ CD4 cell count ก็เพิ่มขึ้น

หมอและพยาบาลได้ใช้การรักษาด้วยวิธีเพิ่มภูมิต้านทานให้คนไข้โรคเอดส์ที่ Musoms คุณหมอได้ใช้วิธีเทดียวกันนี้และยาสมุนไพรธรรมชาติรักษาโรค ตั้งแต่ ไอ นอนไม่หลับ ปวดศรีษะ และโรคต่างๆ และหมอยังให้ความช่วยเหลือด้านอาราณ์ และจิตวิญญาณของคนไข้อย่างมาก



คนไข้ # 1 C.M.

Ÿ อายุ 62 ปี มีภรรยา 3 คน และเมื่อพบว่าตงเองเป็น HIV+ ได้ทิ้งภรรยาทั้ง 3 ไว้ที่หมู่บ้าน เพื่อไปรักษาตัว

Ÿ จาก HIV test ในปี 2002 ที่ AICT ศูนย์สุขภาพได้ผลบวก (จากการตรวจ 2 แบบCapillar (เจาะเลือด) และ Determine (การวินิจฉัยของแพทย์))

Ÿ อาการขณะนั้น : เริ่มใช้ A-3, มะรุม และเม็ด pawpaw

Ÿ อาการทั่วไปเริ่มดีขึ้น

Ÿ ตรวจดูอีกครั้งในปี 2003 (AICT ศูนย์สุขภาพ)

Ÿ ผล: บวก

Ÿ ตรวจอีก 3 ครั้งในเดือนมีนาคม 2004 (1.AICT ศูนย์สุขภาพ 2. DDH Bunda 3.โรงพยาบาลของรัฐ, Musoms)

ทั้ง 3 ครั้งได้ผล : ลบ



คนไข้ # 2 T.C.

Ÿ เสียชีวิตในปี 2004 ด้วยปัญหาเกี่ยวกับหัวใจเมื่ออายุ 45 ปี อย่างไรก็ตามเธอเป็นตัวอย่างที่ดี

ผลกการรักษาทำให้เธอเป็น ผลลบ

Ÿ แต่งงานและสามีเสียชีวิตปี 2000 มีบุตรธิดารวม 5 คน

Ÿ ตรวจที่ ร.พ. Musoma Government Hospital ปี 2001 ผลบวก

Ÿ เริ่มมารักษาที่ Kaza Roho ในปี 2003

Ÿ เริ่มทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขในเขต Mara & Ukerewe โดยการไปเยี่ยมคนไข้ตามบ้าน

Ÿ เริ่มใช้ยา A-3 และมะรุม

Ÿ ตรวจที่ศูนย์สุขภาพ AITC ในปี 2002 ก.พ. 2003 และ มิ.ย. 2003 ตรวจเลือดและหมอวินิจฉัยทั้ง 3 ครั้ง ได้ผลลบวก

Ÿ ตรวจอีกครั้ง ก.ย. 2003 ที่ศูนย์สุขภาพ Muaoms – ผลลบ

Ÿ ตรวจอีกครั้งที่ Muhmbili/ dar, Musoma Government Hospital อีก 2 ครั้ง ผลทั้งหมดเป็นลบ





คนไข้ # 3 N.M.

Ÿ อายุ 25 ปี แต่งงานปี 2004

Ÿ เป็นพยาบาลและผดุงครรภ์ ทำงานที่ศูนย์สุขภาพ Bunda AICT จนถึงปี 2004

Ÿ ตรวจ ธ.ค. 2003 ที่ศูนย์สุขภาพ Bunda AICT – ผลบวก

Ÿ เริ่มใช้ A-3, กระเทียม และมะรุม

Ÿ ตรวจอีกครั้งที่ศูนย์สุขภาพ AITC มี.ค. 2003 – ผลบวก

Ÿ ตรวจอีกครั้ง ก.ค. 2004 ผล : ลบ



คนไข้ # 4 S.M.

Ÿ ตรวจปี 2002 ที่ศูนย์สุขภาพ AICT เมือง Musoms ผล : บวก

Ÿ เป็นวัณโรคในปี 2002

Ÿ เริ่มรับ A-3 และมะรุม

Ÿ 6 เดือนหลังจากนั้นอาการโดยทั่วไปดีขึ้นมาก

Ÿ ตรวจอีกครั้ง ก.ย. ที่ศูนย์สุขภาพ AICT ผล :ลบ

Ÿ ตรวจในปี 1999 โดยวิธี Capillars (ตรวจเลือด) (โดยได้ไปบริจาคเลือดที่ศูนย์สุขภาพ AICT เมือง Kazilankanda ผล : ลบ

Ÿ ตรวจอีกครั้ง ปี 2002 ณ. ที่เดิม ผล : ลบ



คนไข้ # 5 M.K.

Ÿ แต่งงานแล้ว

Ÿ ปี 2001 เริ่มจากรักษากับหมอท้องถิ่นที่ Ukerewe

Ÿ ตรวจ 2 ครั้งในปีนั้น ผลทั้ง 2 ครั้ง : ผลบวก

Ÿ ปี 2003 เริ่มใช้ A-3 ที่ศูนย์สุขภาพ AICT Mesoma ผล : บวก

Ÿ ตรวจ มิ.ย. 2004 ที่ ที่เดิม ทั้งตรวจเลือดและหมอวินิจฉัย ผล : ลบ

Ÿ ตรวจ 2 ครั้งที่ ร.พ. Bugando, Mwanza ผล : ลบ

Ÿ ตรวจ CD4 ในเดือน ก.ย. 2004 ได้ผล 815

Ÿ ตรวจอีกครั้งที่ศูนย์สุขภาพ Musoma ในเดือน ก.ย. 2004 ผล : ลบ

Ÿ ผลของการใช้ A-3 และมะรุมในการรักษา ช่วยเพิ่ม cell CD4 จะเห็นผลได้จากกรณีดังต่อไปนี้



คนไข้ # 6 M.N.

Ÿ อายุ 32 ปี

Ÿ มาที่ศูนย์สุขภาพ AICT Musoms ในปี 2002 ด้วยอาการค่อนข้างหนัก

Ÿ ตรวจพบผลบวกมาก่อนแล้ว

Ÿ ตรวจที่ศูนย์ ผล : บวก

Ÿ ขณะนั้น CD4 มีค่า 34

Ÿ เริ่มใช้ A-3 และมะรุมในการรักษา

Ÿ 3 เดือนหลังจากนั้น CD4 มีค่า 280



หมายเหตุ : ได้รับรายงานจากคุณไพลิน มีเดช กรุณาแจ้งมาด้วยความปรารถนาดีว่า ท่านใดที่เป็นโรคเม็ดโลหิตแดงแตกกระจาย TG6PD

การทานมะรุมจะทำให้เป็นอันตรายต่อเม็ดโลหิตแดงอย่างมาก ขอขอบพระคุณในข้อมูลนี้เป็นอย่างสูง

Monday, June 8, 2009

คุณค่าทางอาหาร : มะรุม





ใบมะรุม มีสารอาหารเปรียบเทียบกับอาหารอื่นๆ น้ำหนักเท่าๆกัน กรัมต่อกรัม มี

โปรตีน มากกว่า นม 2 เท่า
วิตามิน A มากกว่า แครอท 4 เท่า
วิตามิน C มากกว่า ส้ม 7 เท่า
แคลเซียม มากกว่า นม 4 เท่า
โปแตสเซี่ยม มากกว่า กล้วย 3 เท่า
ใยอาหาร และพลังงาน ไม่สูงมาก เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอีกด้วย

ประโยชน์ที่ใช้ :

1. ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ และลดสถิติในการเสียชีวิต พิการตาบอดได้เป็นอย่างดี

2. ใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ให้อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ ทำให้การใช้ยาลดลง

3. ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง

4.ช่วยเพิ่มและเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ถ้าแม่เป็น HIV กินในระหว่างตั้งครรภ์ เด็กออกมาจะไม่ติดเชื้อจากแม่

5. ช่วยรักษาโรค HIV ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ และสามารถมีชีวิตอยู่อย่างคนทั่วไปในสังคม ประสบผลสำเร็จมาก ในกลุ่มประเทศแอฟริกา

6. ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่เป็นโรคมะเร็ง แต่ถ้าเป็นอยู่ก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น หรือสามารถหยุดการเจริญเติบโตของมะเร็งร้าย โดยใช้ควบคู่ไปกับยาปัจจุบัน ถ้าผู้ป่วยต้องฉายรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้อาการแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้น และมีร่างกายที่กลับมาแข็งแรงเร็วขึ้น

7. ช่วยรักษาโรคข้ออักเสบ โรคเก๊าต์ โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม

8. รักษาโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น

• ตามืด ตามัวเพราะขาดสารที่จำเป็น

• โรคตาต้อ

** ถ้ารับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์

9. รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง พยาธิลำไส้ เป็นต้น

10. รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ

11. ใช้น้ำคั้นจากใบมะรุมหยอดหู แก้ปวดหู

12. ในประเทศอินเดีย ใช้ใบมะรุมรับประทาน เพื่อลดไขมัน ขับคลอเลสเตอรอล


วิธีใช้ :

ใบสด - ควรรับประทานใบสดที่ไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไปนัก เพื่อให้ได้ประโยชน์เต็มที่

เด็กแรกเกิด - 1 ปี

คั้นน้ำจากใบเพียง 1 หยด ผสมนมให้ดื่ม 1 หยด/1-2 วัน (ใบมะรุมมีธาตุเหล็กสูงมาก เด็กไม่เกิน 2 ขวบ จึงไม่ควรกินมาก)

เด็กเริ่มทานอาหารได้

กินวันละไม่เกิน 2 ใบ เพิ่มจำนวนขึ้นทีละใบตามอายุ จนถึง 10 ขวบ ถึง 4 ขวบ

เด็กวัยรุ่น – ผู้ใหญ่

กินวันละ 1 กิ่ง จะกินสดๆ หรือประกอบอาหารก็ได้ ถ้าจะให้ดีควรคั้นน้ำดื่มวันละ 1 ช้อนโต๊ะ สำหรับผู้ใหญ่ และ 1 ช้อนชา สำหรับเด็ก ถ้าต้องกินสุก ก็ลวกน้ำร้อนอย่าให้นานนัก คุณค่าทางอาหารจะเสียไปได้ ให้ลวกเหมือนสะเดา กินกับน้ำพริก

ประเทศญี่ปุ่น- ผลิตชามะรุม แก้โรคปากนกกระจอก หอบหืด อาการปวดหู ปวดศรีษะ บำรุงสายตา ระบบทางเดินอาหาร

ประเทศอินเดีย - หญิงต้งครรภ์จะกินใบมะรุมเพื่อเสริมธาตุเหล็ก

ประเทศฟิลิปปินส์และบอสวานา - หญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมจะกินแกงจืดใบมะรุม เพื่อประสะน้ำนม และเพิ่มแคลเซียมให้กับน้ำนมแม่


เมล็ดแก่ :

ก็มีคุณค่าเช่นเดียวกับใบมะรุม เอามาเคี้ยวกินได้เลย แรก ๆ จะขม เคี้ยวๆอมๆไว้สักพักจะหวานชุ่มคอ

1. แก้ไอ เจ็บคอ

2. เป็นยาระบายได้ดี โดยรับประทานวันละ 3 - 4 เม็ด ตามธาตุหนักเบา ก่อนนอน

3. แก้อาการท้องเสีย

4. ขับพยาธิ โดยรับประทานวันละ 12 เมล็ด ติดต่อกัน 10 วัน

5. เมล็ดมะรุมบดละเอียดนำไปใช้กรองน้ำได้ดี ทำให้น้ำตกตะกอน ได้น้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ มีรสหวานอร่อย และฆ่าเชื้อโรคได้ดีด้วย (อาจใช้ฝักมะรุมที่ค่อนข้างแก่ มาทุบ แล้วนำมาแกว่งในน้ำเพื่อทำให้น้ำบริสุทธิ์ ทางที่ดีเอาทั้งฝักแก่ๆ มาทุบห่อผ้าแกว่งในตุ่มน้ำเลยน่าจะดีกว่า สักพักแล้วเอาออกตากแดดใช้ต่อไป เหมือนการแกว่งสารส้ม)

น้ำมันมะรุม :

1. ใช้หยอดจมูกรักษาโรคภูมิแพ้ ไซนัส ทางเดินหายใจ

2. ใช้หยอดหู ฆ่าและป้องกันพยาธิในหู

3. รักษาอาการเยื่อหูอักเสบ

4. รักษาโรคหูน้ำหนวก

5. ใช้ทาผิวหนัง รักษาโรคผิวหนังจากเชื้อรา ไวรัส

6. รักษาโรคเริม งูสวัด

7. รักษาและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น

8. ใช้รักษาโรคแผลสด แผลเรื้อรัง แผลกดทับหูด ตาปลา

9. ช่วยรักษาแผลในปาก โรคปากนกกระจอก

10. ใช้นวดกระชับกล้ามเนื้อ บรรเทาบริเวณที่ปวดบวมตามข้อ

11. รักษาโรคไขข้ออักเสบ เก๊าต์ รูมาติก

12. รักษาแผลจากน้ำกัดเท้าได้ดี

13. ใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่น ป้องกันสนิม


การทำน้ำมันมะรุม :


1. นำเมล็ดมะรุมแก่จัด มาทำการทอดในน้ำมันมะพร้าวด้วยไฟอ่อนๆ จนเมล็ดแห้งกรอบ

2. นำเมล็ดมะรุมแก่จัดมาบดละเอียด แล้วผสมน้ำ แล้วนำไปกลั่นเหมือนการต้มเหล้า

3. ใช้วิธีบีบเย็น ทำให้รักษาคุณค่าสารสำคัญได้มาก และได้น้ำมันคุณภาพดี สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยใช้เครื่องมือ 2 ชนิด 1 ไฮโดรลิค 2 ระบบสกรูแนวนอน

**เริ่มโดยนำเมล็ดแก่มาตากแดด เพื่อไล่ความชื้น แล้วทำการบีบด้วยเครื่องบีบด้วยเครื่อง เมล็ดมะรุม 6 กิโลกรัม บีบได้น้ำมัน 150 cc. (เมล็ดมะรุม 6 กิโลกรัม กลั่นเป็นน้ำมันได้ 150 cc.)

มะรุม ไม้ยืนต้นมหัศจรรย์ Moringa-Miracle Tree


มะรุมเป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ทนแล้ง ปลูกง่ายในเขตร้อน มีประโยชน์เอนกประสงค์ ทั้งทางด้านอาหาร ยาและอุตสาหกรรม

ชื่อสามัญ horseradish tree, drumstick tree, Ben oil tree Also call "mother's best friend"

ชื่อวิทยาศาตร์ Moringa olifera Lamk.

วงศ์ MORINGACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ มะรุมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางเรือนยอดกลมและโปร่ง เจริญเติบโตเร็ว อาจจะเติบโตมีความสูงถึง 4 เมตรและออกดอกภายในปีแรกที่ปลูก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ชนิดที่แตกใบย่อย 3 ชั้น ยาว 20 - 40 ซม. ออกเรียงแบบสลับ ใบย่อยยาว 1 - 3 ซม. รูปไข่ ปลายใบและฐานใบมน ผิวใบด้านล่างสีอ่อนกว่าและมีขนเล็กน้อยขณะที่ใบยังอ่อน ใบมีรสหวานมัน ออกดอกในฤดูหนาว บางพันธุ์ออกดอกหลายครั้งในรอบปี ดอกเป็นดอกช่อ สีขาว กลีบเรียง มี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบแยกกัน ดอกมีรสขม หวาน มันเล็กน้อย ผลเป็นฝักยาว เปลือกสีเขียวมีส่วนคอดและส่วนมน เป็นระยะ ๆ ตามยาวของฝัก ฝักยาว 20 - 50 ซม. ฝักมีรสหวาน เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม มีปีกบางหุ้ม 3 ปีก เส้นผ่าศูนย์กลางของเมล็ดประมาณ 1 ซม.

การปลูก มะรุมเป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศแถบเอเชีย เช่น อินเดีย ศรีลังกา เป็นต้น และยังมีในเขตเอเชียไมเนอร์และแอฟริกา เป็นไม้ปลูกง่าย เจริญได้ดีในดินทุกชนิด ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและการปักชำกิ่ง งอกเร็ว ใช้เวลา 2สัปดาห์ต้นกล้าสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร

ประโยชน์ทางยา

ใบ ใช้ถอนพิษไข้ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบ แก้แผล ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับปัสสาวะ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต

ยอดอ่อน ใช้ถอนพิษไข้

ดอก ใช้แก้ไข้หัวลม เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันมะเร็ง

ฝัก แก้ไข้ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต

เมล็ด เมล็ดปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้บวม แก้ปวดตามข้อ ป้องกันมะเร็ง

ราก รสเผ็ด หวาน ขม สรรพคุณ แก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุ รักษาโรคหัวใจ รักษาโรคไขข้อ (rheumatism)

เปลือกลำต้น รสร้อน สรรพคุณขับลมในลำไส้ ทำให้ผายหรือเรอ คุมธาตุอ่อน ๆ แก้ลมอัมพาต ป้องกันมะเร็ง คุมกำเนิด เคี้ยวกินช่วยย่อยอาหาร

ยาง (gum)ฆ่าเชื้อไทฟอยด์ ซิฟิลิส (syphilis) แก้ปวดฟัน earache, asthma

คุณค่าทางอาหาร

ใบ ใบสดใช้กินเป็นอาหาร ใบแห้งที่ทำเป็นผงเก็บไว้ได้นานโดยยังมีคุณค่าทางอาหารสูง ใบมะรุมมีวิตามิน เอ สูงกว่าแครอท มีแคลเซียมสูงกว่านม มีเหล็กสูงกว่าผักขม มีวิตามี ซี สูงกว่าส้มและมีโปแตสเซียมสูงกว่ากล้วย

ดอกฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แก้หวัดHelminths ป้องกันมะเร็ง

ฝัก ฝักมะรุม 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 32 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย เส้นใย 1.2 กรัม แคลเซียม 9 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 26 มิลลิกรัม เหล็ก 1.5 มิลลิกรัม วิตามินเอ 532 IU วิตามินบีหนึ่ง 0.05 มิลลิกรัม ไนอาซิน 0.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 262 มิลลิกรัม

เมล็ด น้ำมันที่ได้จากการคั้นเมล็ดสดใช้เป็นน้ำมันปรุงอาหาร

การปรุงอาหาร ในประเทศไทย ฤดูหนาวจะมีมะรุมจำหน่ายทั่วไป ทั้งตลาดในเมืองและในท้องถิ่น คนไทยทุกภาครับประทานมะรุมเป็นผัก ชาวภาคกลางนิยมนักมะรุมอ่อนไปปรุงเป็นแกงส้ม และนำดอกมะรุมลวกให้สุกหรือดองรับประทานกับน้ำพริก สำหรับชาวอีสาน ยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอกอ่อนนำไปลวกให้สุกหรือต้มให้สุก รับประทานเป็นผักร่วมกับป่นแจ่ว ลาบ ก้อย หรือนำไปปรุงเป็นแกงอ่อม ส่วนฝักอ่อนหรือฝักที่ยังไม่แก่เต็มที่นำมาปอกเปลือก หั่นเป็นท่อนและนำไปปรุงเป็นแกงส้ม หรือแกงลาวได้ นอกจากนี้ ที่จังหวัดชัยภูมิ ยังรับประทานฝักมะรุมอ่อนสด เป็นผักแกล้มร่วมกับส้มตำโดยรับประทานคล้ายกับรับประทานถั่วฝักยาว และชาวบ้านเล่าว่าฝักมะรุมอ่อนนำไปแกงส้มได้โดยไม่ต้องปอกเปลือก ชาวเหนือนำดอกอ่อน ฝักอ่อนไปแกงกับปลา ในต่างประเทศ เช่น อินเดีย มีการทำผงใบมะรุมไว้เป็นอาหาร น้ำใบมะรุมอัดกระป๋อง

ประโยชน์อื่น ๆ

เมล็ด เมล็ดคั้นได้น้ำมันคุณภาพสูงใช้เป็นอาหารและใช้ถนอมผิว กากที่เหลือใช้แทนสารส้มในการทำให้น้ำให้ใสและสะอาด

ใบและกิ่ง เป็นอาหารสัตว์

ทั้งต้น เป็นพืชบำรุงดิน ใช้ฟื้นฟูสภาพดิน ใช้เป็นพืชบังลม รั้วไม้เป็น (รั้วกินได้)

เอกสารอ้างอิง

Fahey,Jed W. Sc.D. Moringa oleifera: A Review of the Medical Evidence for Its Nutritional, Therapeutic, and Prophylactic Properties. Part 1.